ต้นสมัย ร.5 เลิกทาส คนไทยอยากเป็นทาสมากกว่าเสรีชน
ㅤ
ย้อนเวลากลับไปในสมัย ร.ศ. 112 หรือช่วงต้นของการเลิกทาสในสมัยรัชกาลที่ 5 เราอาจจะคิดว่า "ทาสทุกคนคงดีใจที่จะได้เป็นอิสระ" ใช่ไหม? แต่ความจริงในประวัติศาสตร์กลับมีมุมที่เราคาดไม่ถึง เพราะมีทาสจำนวนมากที่ "ไม่อยากเลิกเป็นทาส" และมองว่าการเป็น "เสรีชน" นั้นลำบากกว่าเสียอีก!
- - - - - -
เลือกเป็น 'ทาส' มีข้าวเจ้านายกินฟรี: ในระบบทาสไทย (โดยเฉพาะทาสสินไถ่) นายเงินมีหน้าที่ต้องเลี้ยงดูข้าวปลาอาหารและให้ที่อยู่อาศัย ถ้าเจ็บป่วยนายเงินก็ต้องหาหยูกยามาสร้างความมั่นใจให้ชีวิต แลกกับการทำงานให้
- - - - - -
เป็นทาสไม่ต้องเสียภาษี ไม่ต้องถูกเกณฑ์แรงงาน: ไพร่หรือเสรีชนคนธรรมดาในสมัยก่อน ต้องเสียภาษีค่านารวมถึงถูกเกณฑ์ไปรบหรือทำงานหลวงปีละหลายเดือน แต่ถ้าคุณเป็น "ทาส" กฎหมายยกเว้นไม่ต้องไปเกณฑ์แรงงานเหล่านั้น เพราะถือเป็นกรรมสิทธิ์ของนายเงิน เหมือนอาชีพที่มี "ตาข่ายรองรับชีวิต" ที่เสรีชนคนธรรมดาภายนอกไม่มี
- - - - - -
ออกไปเป็นไท... แล้วจะเอาเงินที่ไหนใช้? พอประกาศเลิกทาส ทาสหลายคนไม่มีที่ดินทำกิน ไม่มีทุนรอน สุดท้ายการเป็น "เสรีชน" ที่ไร้ที่พึ่ง กลับอดอยากกว่าการอยู่ใต้ใบบุญของเจ้านาย หลายคนถึงกับยอมกราบกรานขอร้องนายเงินเพื่อ "ขอเป็นทาสต่อ"
- - - - - -
ด้วยเหตุนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) จึงทรงต้องใช้เวลาถึง 30 ปีในการค่อย ๆ เลิกทาสแบบละมุนละม่อม เพื่อให้ทั้งทาสและนายเงินได้ปรับตัว และไม่ทำให้ระบบเศรษฐกิจพังทลายลงไปนั่นเอง