"ไก่เชลยตัวนี้เก่งจริงหนอ..ต่อให้พนันเอาบ้านเอาเมืองก็ย่อมได้"
ในวันที่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยังทรงเป็น “องค์ประกัน” อยู่ที่หงสาวดี ไม่มีใครคิดว่าสิ่งเล็ก ๆ อย่าง “ไก่ชน” จะกลายเป็นเวทีวัดศักดิ์ศรีระดับแผ่นดิน
เรื่องเล่าว่า...
วันหนึ่ง ได้มีการนำไก่ชนมาเล่นกันต่อหน้าพระพักตร์กษัตริย์พม่า โดยมีพระนเรศวร และยุพราชฝ่ายพม่า คือ มังสามเกียด ไก่ของพระนเรศวร “ชนะ” สำหรับฝ่ายสยาม นี่คือความภาคภูมิใจ แต่สำหรับฝ่ายพม่า โดยเฉพาะมังสามเกียด นี่คือ “ความอับอาย”
จึงเกิดคำพูดเสียดสีว่า "ไก่เชลยตัวนี้เก่งจริงหนอ" "ขนาดไก่ยังเก่งเพียงนี้แล้วเจ้าของจะเก่งเพียงใด?" พระนเรศวรทรงตอบกลับทันทีว่า:
❝ ไก่ตัวนี้อย่าว่าแต่จะชนะในวังนี้เลย ต่อให้ท้าพนันเอาบ้านเอาเมืองก็ย่อมได้ ❞
หลังเหตุการณ์นี้ ความสัมพันธ์ระหว่างสองยุพราชถูกเล่าว่าไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และเป็นหนึ่งในแรงผลักดันที่ทำให้พระนเรศวร “คิดจะหลบหนี” จากหงสาวดี
บันทึกในพงศาวดาร
ตำนานปรากฏในพงศาวดารว่าขณะสมเด็จพระนเรศวรทรงพระเยาว์ ณ กรุงหงสาวดี ทรงนำไก่เหลืองหางขาวจากเมืองพิษณุโลก (บ้านกร่าง) ไปชนกับไก่ของพม่า ซึ่งไก่ของพระองค์มีชั้นเชิงการต่อสู้ที่เหนือกว่ามาก จนได้ฉายาว่า "ไก่เจ้าเลี้ยง" หรือไก่เชลย
ลักษณะกายภาพที่โดดเด่นตามตำรา
- พื้นตัวสีดำสนิท สร้อยคอ สร้อยหลัง สร้อยปีก เป็นสีเหลืองทองระย้า
- ขนหางพัดสีขาว (หรือขาวแซมดำไม่เกิน 4-5 เส้น)
- ปาก แข้ง เล็บ สีขาวอมเหลือง (สีงาช้าง)
- ตาปลา (ตาสีขาวอมเหลือง)
- ลักษณะมงคล (จุดดำ 5 จุดตามตำรา): หย่อมหัว 1, หัวปีก 2, ข้อขา 2
ถิ่นกำเนิดและการอนุรักษ์
ไก่สายพันธุ์นี้มาจากบ้านกร่าง (บ้านหัวแท) จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สมเด็จพระนเรศวรทรงเจริญชันษา ปัจจุบันไก่เหลืองหางขาวได้รับความนิยมอย่างสูงในการเลี้ยงเป็นไก่ชนเชิงกีฬาและเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง โดยมีการศึกษาและอนุรักษ์สายพันธุ์แท้ไว้เป็นอย่างดี