ประวัติศาสตร์เต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ คนจำนวนมากที่เปลี่ยนโลกในวันนี้ เคยถูกคนทั้งสังคมหัวเราะเยาะ ดูถูก หรือแม้แต่ถูกลงโทษ เพียงเพราะพวกเขากล้าคิดในสิ่งที่ไม่มีใครเชื่อ
.
ครั้งหนึ่งโลกเคยเชื่อว่าดวงอาทิตย์หมุนรอบโลก แต่ชายคนหนึ่งชื่อกาลิเลโอเลือกที่จะบอกว่า "โลกต่างหากที่หมุนรอบดวงอาทิตย์" สิ่งที่เขาได้รับไม่ใช่คำชื่นชม แต่เป็นการถูกสอบสวนและถูกกักบริเวณ เพราะความคิดนั้นขัดกับความเชื่อของผู้คนในยุคนั้น
.
หลายร้อยปีต่อมา นิโคลา เทสลา พูดถึงการส่งพลังงานและข้อมูลแบบไร้สาย เขาวาดภาพโลกที่มนุษย์สามารถสื่อสารกันได้จากคนละทวีปโดยไม่ต้องใช้สายไฟ หลายคนหัวเราะและมองว่าเป็นความฝันของคนเพ้อเจ้อ แต่ทุกวันนี้เรากลับถือสมาร์ตโฟนที่ทำสิ่งนั้นได้ทุกวัน
.
พี่น้องตระกูลไรต์เคยถูกบอกว่ามนุษย์ไม่มีวันบินได้ เพราะถ้าธรรมชาติต้องการให้คนบิน ก็คงสร้างปีกมาให้แล้ว แต่ในที่สุดเครื่องบินลำแรกก็ทะยานขึ้นจากพื้นดิน และเปลี่ยนการเดินทางของมนุษยชาติไปตลอดกาล
.
แม้แต่การค้นพบเรื่องเชื้อโรคของหลุยส์ ปาสเตอร์ หรือแนวคิดการล้างมือของอิกนาซ เซมเมลไวส์ ก็เคยถูกต่อต้านอย่างหนัก แพทย์ในยุคนั้นไม่เชื่อว่ามือของตัวเองสามารถนำโรคไปสู่คนไข้ได้ จนเวลาพิสูจน์ว่าความคิดที่เคยถูกมองว่าไร้สาระ กลับช่วยชีวิตผู้คนได้หลายล้านคน
.
เมื่อมองย้อนกลับไป จะเห็นว่าคนเหล่านี้ไม่ได้แตกต่างจากคนทั่วไปตรงสติปัญญาเพียงอย่างเดียว แต่แตกต่างตรงที่พวกเขากล้าตั้งคำถามกับสิ่งที่คนส่วนใหญ่เชื่อว่าถูกต้อง
.
น่าสนใจตรงที่คำว่า "บ้า" ในหลายครั้ง อาจเป็นเพียงฉลากที่สังคมติดให้กับความคิดที่มาเร็วเกินไป
.
หากนิโคลา เทสลาเกิดในยุคอินเทอร์เน็ต เขาจะยังถูกมองว่าเพ้อฝันหรือไม่? หากกาลิเลโอโพสต์ความเห็นลงโซเชียล เขาจะกลายเป็นไวรัลหรือถูกคอมเมนต์ถล่มว่าเผยแพร่ข้อมูลผิด? หากวันนี้มีใครบอกว่าอีก 50 ปีมนุษย์จะมีอายุเฉลี่ย 150 ปี จะมีคนเชื่อมากกว่าคนที่หัวเราะหรือเปล่า?
.
แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกความคิดที่แปลกจะถูกต้อง และไม่ใช่ทุกคนที่ถูกมองว่าเป็นคนบ้าจะกลายเป็นอัจฉริยะ แต่ประวัติศาสตร์ก็พิสูจน์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ความจริงใหม่แทบทุกเรื่องเคยเป็นความคิดที่คนส่วนใหญ่ปฏิเสธมาก่อน
.
บางทีสิ่งที่เราควรกลัว อาจไม่ใช่การถูกเรียกว่า "บ้า" แต่คือการไม่กล้าคิดอะไรนอกกรอบเพราะกลัวสายตาของคนอื่น
.
แล้วถ้าวันนี้คุณมีความคิดบางอย่างที่ทุกคนบอกว่าเป็นไปไม่ได้ คุณกำลังคิดเพ้อฝันอยู่จริง ๆ หรือกำลังยืนอยู่ในจุดเดียวกับคนที่เคยเปลี่ยนโลก?
.
คำตอบอาจไม่มีใครรู้ในตอนนี้ เพราะหลายครั้ง ประวัติศาสตร์ไม่ได้ตัดสินคนจากเสียงหัวเราะในวันแรก แต่มันตัดสินจากสิ่งที่เกิดขึ้นในวันข้างหน้า