Loading...

 

Jumbah Dance

ที่มาของคำว่า "เปิดหว๋อ" เกิดจาก ระบำโป๊ เต้นไปเปลื้องผ้าไป

05/03/2026
“ระบำจ้ำบ๊ะ” ที่มาของคำว่า “เปิดหวอ” มหรสพสุดฮือฮาในกรุงเทพฯ ยุคเก่า
ราว 70–100 ปีก่อน กรุงเทพฯ ในยามค่ำคืนไม่ได้เงียบเหงาอย่างที่หลายคนคิดตรงกันข้าม เมืองหลวงในช่วง ทศวรรษ 2460–2480 กำลังคึกคักไปด้วยความบันเทิงรูปแบบใหม่ โรงภาพยนตร์ ร้านกาแฟ คลับ บาร์ และโรงเต้นรำผุดขึ้นทั่วเมือง โดยเฉพาะในย่าน เยาวราช บางรัก และวังบูรพา

แต่ในบรรดามหรสพทั้งหมด ไม่มีอะไรสร้างความตื่นเต้นให้ผู้คนได้มากเท่ากับการแสดงที่เรียกว่า “ระบำเปลือยกาย” หรือที่คนในยุคนั้นเรียกกันติดปากว่า “ระบำโป๊”

ระบำโป๊ของ “นายหรั่ง”
การแสดงที่โด่งดังที่สุดในยุคนั้นคือคณะของ นายหรั่ง เรืองนาม ซึ่งมีชื่อเรียกกันหลายแบบ เช่น
  • ระบำนายหรั่งหัวแดง
  • ระบำมหาเสน่ห์ หรือ “ระบำโป๊”
นักเต้นหญิงจะออกมาเต้นบนเวทีในสภาพที่แทบจะเปลือยกายทั้งหมด แต่ยังมีการปกปิดบางส่วน วับแวม สำหรับสังคมไทยในยุคนั้น การแสดงแบบนี้ถือว่า แรงและหวือหวาอย่างมากแล้ว

การเกิดขึ้นของ “ระบำจ้ำบ๊ะ”
ต่อมาในปี พ.ศ. 2476 ได้มีการแสดงรูปแบบใหม่เกิดขึ้น เรียกว่า “ระบำจ้ำบ๊ะ” เปิดแสดงครั้งแรกในงานออกร้านที่ วัดชนะสงคราม ค่าเข้าชมประมาณ 1 บาท ไม่นานนัก ระบำจ้ำบ๊ะก็แพร่หลายไปทั่วกรุงเทพฯ โดยเฉพาะตาม งานวัดใหญ่ จนมีคนกล่าวกันว่า:
❝ งานวัดใดไม่มีโรงจ้ำบ๊ะ งานนั้นอาจกร่อยไปเลยก็ได้ ❞

เต้นไป เปลื้องผ้าไป
โรงจ้ำบ๊ะมักสร้างเป็นโรงชั่วคราว ใช้ผ้าใบกั้นเป็นคอก ภายในมีเวทีสูงกว่าที่นั่งเล็กน้อย และมีเก้าอี้ไม้เรียงเป็นแถว ก่อนเริ่มการแสดงจะมีการ เชียร์แขกหน้าโรง เมื่อมีคนดูมากพอ การแสดงจึงเริ่มขึ้น นักเต้นหญิงจะออกมาเต้นตามจังหวะดนตรี โดยมีวงดนตรีเล็ก ๆ บรรเลง เช่น แตรทรัมเปต / คลาริเนต / ทรอมโบน / กลอง และฉาบ

ท่าเต้นมักเน้นการ ยกแข้งยกขาสูง คล้ายการเต้น Cancan ของยุโรป ระหว่างการเต้น นักแสดงจะ ค่อย ๆ เปลื้องเสื้อผ้าออกทีละชิ้น

ช่วงที่ผู้ชมรอคอย : “เปิดหวอ”
เมื่อการแสดงใกล้ถึงตอนท้าย ผู้ชมมักจะเริ่มส่งเสียงเชียร์ “เปิดหวอ! เปิดหวอ!” คำว่า “หวอ” ในที่นี้หมายถึงอวัยวะเพศหญิง แม้จะดูเหมือนเปิดเผยทั้งหมด แต่จริง ๆ แล้วนักแสดงยังมีการปกปิดไว้ เช่น:
  • พอกแป้งหรือดินสอพองจนขาวโพลน
  • ใช้ใบตอง
  • ใช้ดอกเฟื่องฟ้ามัดเป็นช่อปิดบัง

ช่วงไคลแมกซ์ของการแสดงเรียกว่า “ยุทธหัตถี” นางระบำจะเปิด “หวอ” ของตน แล้วทำท่าชนกับของนักเต้นอีกคนหนึ่ง ก่อนจะวิ่งกลับหลังเวที เป็นอันจบการแสดง

ลืมเสียงระเบิดเพราะเสียงหวอ
เมื่อเข้าสู่ช่วง สงครามโลกครั้งที่ 2 กรุงเทพฯ ต้องเผชิญกับการทิ้งระเบิดจากฝ่ายสัมพันธมิตร เสียง หวอเตือนภัยทางอากาศ ดังขึ้นเป็นระยะ แต่คณะระบำของนายหรั่งยังคงเปิดการแสดงต่อไป แม้บางครั้งต้องหยุดกลางคัน จนมีคนเล่ากันว่า "ผู้ชมบางคนแทบจะ ลืมเสียงหวอจากระเบิด เพราะมัวแต่จับจ้องอยู่กับการ “เปิดหวอ” ของนางระบำบนเวที"

บทสรุปของหน้าประวัติศาสตร์บันเทิง
แม้ระบำโป๊และระบำจ้ำบ๊ะจะถูกวิจารณ์จากคนบางกลุ่มว่าไม่เหมาะสม แต่ในอีกมุมหนึ่ง การแสดงเหล่านี้ก็สะท้อนให้เห็นถึง:
  • วิถีชีวิตยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ
  • อิทธิพลวัฒนธรรมตะวันตก
  • และความต้องการความบันเทิงของผู้คนในยุคนั้น
เรื่องราวของ “ระบำจ้ำบ๊ะ” และคำว่า “เปิดหวอ” จึงกลายเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของความบันเทิงในกรุงเทพฯ ที่ยังถูกเล่าขานมาจนถึงทุกวันนี้
สนับสนุนโดย