คุณยายเสียง "หัวเราะ" ซ่อน 11 ศพไว้ข้างหลัง
ฆ่า 11 ศพ…เพื่อตามหา “สามีที่สมบูรณ์แบบ”
ชื่อของ แนนนี่ ดอสส์ (Nannie Doss) คือหนึ่งในคดีที่ทั้งน่ากลัว และชวนสับสนที่สุดในประวัติศาสตร์อาชญากรรมของ "สหรัฐอเมริกา" ภายนอกเธอดูเป็นคุณยายธรรมดาใจดี…แต่ความจริงแล้ว คือฆาตกรต่อเนื่องที่ลงมือกับ “คนใกล้ตัว” มานานหลายสิบปี!!
จุดเริ่มต้น
เธอเกิดปี 1905 ในรัฐแอลาบามา (Alabama) เติบโตมาในครอบครัวที่ยากจน จึงทำให้เธอหลงใหลในนิยายรักโรแมนติกที่เต็มไปด้วย “ชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบ” แต่ทว่าความฝันและจินตนาการนั้น…กลับกลายเป็นแรงผลักดันอันบิดเบี้ยวที่นำไปสู่การฆาตกรรม
ช่วงปี 1920s–1950s
ผ่านการแต่งงานมาถึง 5 ครั้ง และหลายความสัมพันธ์มักจบลงด้วย “ความตาย” ของคนรอบข้าง โดยวิธีการที่เธอเลือกใช้คือการใช้ "สารหนู" (Arsenic) แอบผสมลงในอาหารเพื่อวางยาคนใกล้ชิด
เหยื่ออย่างน้อย 11 ราย ได้แก่
- สามี 4 คน
- ลูก 2 คน
- หลาน 2 คน
- และญาติใกล้ชิดคนอื่นๆ
แรงจูงใจในการลงมือ:
เงินประกันชีวิต
ความไม่พอใจในชีวิตคู่
ความเชื่ออันบิดเบี้ยวว่าเธอกำลัง "ตามหาสามีที่สมบูรณ์แบบ" แบบในนิยาย
สิ่งที่ทำให้คดีนี้น่ากลัวยิ่งกว่า
คือ “พฤติกรรมหลังถูกจับกุม” ในระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แนนนี่ ดอสส์ มักจะหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลาขณะเล่าถึงวิธีการฆาตกรรมแต่ละศพ จนทำให้สื่อมวลชนพากันขนานนามเธอว่า “คุณยายเสียงหัวเราะ” (Giggling Granny)
บทสรุปของคดี
ในปี 1955 เธอได้ยอมรับสารภาพผิดในคดี และถูกตัดสินลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งภายในเรือนจำเมื่อปี 1965
บทเรียนจากคดีนี้
คดีของแนนนี่ ดอสส์ ไม่ใช่แค่เรื่องราวอาชญากรรมสะเทือนขวัญธรรมดา แต่ยังสร้างจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ให้กับวงการ นิติวิทยาศาสตร์ (Forensic Science) โดยเฉพาะระบบการตรวจและพิสูจน์หาสารหนูตกค้างในร่างกายมนุษย์ ซึ่งได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดจนกลายมาเป็นมาตรฐานสำคัญในคดีวางยาจนถึงปัจจุบัน... เกียรติยศ และอำนาจ ที่บางครั้งก็มีค่ามากกว่าชีวิตของผู้สวมใส่เองก็เป็นได้