ในหน้าประวัติศาสตร์อันยาวนานของราชวงศ์จีน กลิ่นมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะกลิ่นที่มาจากร่างกายขององค์จักรพรรดิหรือ "ฮ่องเต้"
ในรั้ววังหลวงที่เต็มไปด้วยพิธีรีตอง เคยมีอาชีพหนึ่งที่ฟังดูน่าเหลือเชื่อ แต่กลับได้รับความไว้วางใจอย่างสูง และมีค่าตอบแทนมหาศาล อาชีพนั้นคือ "นักดมตด" หรือ "หมอหลวงผู้เชี่ยวชาญด้านกลิ่น" (Smell-Checking Physician)
- - - - - -
ทำไมต้องเป็น "นักดมตด"?
ในสมัยโบราณ ตามหลักการแพทย์แผนจีนโบราณ (TCM) มีหลักการวินิจฉัยโรคที่เรียกว่า "สี่การตรวจ" (四诊) ซึ่งประกอบด้วย การมอง วั่ง(望), การฟังและดมกลิ่น เวิ่น(闻), การถาม วิ่น(问), และการคลำชีพจร แมะ เชี่ย(切) แม้ว่าการคลำชีพจรจะเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย แต่ "การดมกลิ่น" ก็เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ขาดไม่ได้
- - - - - -
สุขภาพของฮ่องเต้ ถือเป็นความมั่นคงของแผ่นดิน ดังนั้นทุกรายละเอียดจึงสำคัญ หมอหลวงจึงไม่ได้มีหน้าที่แค่เพียงตรวจชีพจรหรือจ่ายยา แต่ยังต้องใส่ใจกับ "สิ่งขับถ่าย" และ "กลิ่นกาย" ของฮ่องเต้เป็นอย่างยิ่ง
- - - - - -
การดมกลิ่น "ตด" หรือลมในท้อง รวมถึงกลิ่นของปัสสาวะและอุจจาระ สามารถบอกถึงสภาวะภายในร่างกายอย่างละเอียด เช่น
- ปัญหาการย่อยอาหาร: กลิ่นเหม็นเน่าอาจบ่งบอกถึงอาหารไม่ย่อยหรือการอักเสบในลำไส้
- โรคภายใน: กลิ่นเฉพาะบางอย่างอาจเป็นสัญญาณของโรคตับ โรคไต หรือปัญหาสุขภาพอื่นๆ
- ความไม่สมดุลของ "ฉี" (Qi) และเลือด: การแพทย์แผนจีนเชื่อมโยงกลิ่นกับความสมดุลของธาตุต่างๆ ในร่างกาย
หมอหลวงโบราณต้องทำการ "ดมกลิ่นสิ่งขับถ่าย" ของฮ่องเต้และเชื้อพระวงศ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นลมหายใจ กลิ่นปัสสาวะ อุจจาระ และ กลิ่นตด เพื่อประเมินภาวะ "ร้อนใน-เย็นจัด" หรือลำไส้อักเสบ
• ตดกลิ่นคาว/เน่าเสีย: บ่งบอกถึงภาวะความร้อนและพิษสะสมในลำไส้ใหญ่
• ตดกลิ่นเปรี้ยว: บ่งบอกถึงอาหารไม่ย่อย มีของเสียค้างในกระเพาะ
• ตดไม่มีกลิ่นแต่พรวดพราด: บ่งบอกถึงภาวะพร่องของธาตุลมปั่นป่วน
- - - - - -
อาชีพค่าตัวแพงที่ต้องใช้ทักษะสูง
อย่าคิดว่าใครๆ ก็เป็น "นักดมตด" ได้ อาชีพนี้ต้องการทักษะและการฝึกฝนอย่างสูง ผู้ที่จะทำหน้าที่นี้ต้องมีความรู้ทางแพทย์แผนจีนอย่างลึกซึ้ง มีประสาทรับกลิ่นที่ฉับไวและแม่นยำ สามารถแยกแยะกลิ่นที่ซับซ้อนและบอกได้ว่ากลิ่นเหล่านั้นหมายถึงอะไร
- - - - - -
ด้วยเหตุที่ต้องรับผิดชอบต่อพระพลานามัยของฮ่องเต้โดยตรง และเป็นงานที่ต้องใช้ความอดทนและเสียสละอย่างสูง "นักดมตด" จึงได้รับค่าตอบแทนที่สูงมาก และมีสถานะที่พิเศษในราชสำนัก เป็นอาชีพที่ "ค่าตัวแพง" อย่างแท้จริง
- - - - - -
ยุคปัจจุบันเคยมี "นักดมตด" รับเงินล้านจริงๆ!
เรื่องนี้เคยกลายเป็นข่าวจริงในปี 2012 เมื่อมีสถาบันวิจัยการแพทย์แผนจีนในเมืองหนานจิง เปิดรับสมัคร "นักดมตดมืออาชีพ" (闻屁师) โดยให้เงินเดือนสูงถึง 300,000 หยวนต่อปี (ราวๆ 1.5 ล้านบาทในยุคนั้น)
เงื่อนไขผู้สมัครโหดมาก:
1.อายุ 18-45 ปี
2.ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามดื่มเหล้า ห้ามใส่น้ำหอม
3.ห้ามกินอาหารรสจัด และต้องผ่านการทดสอบประสาทรับกลิ่นระดับเทพ
โดยหน้าที่คือการดมกลิ่นแก๊สที่เก็บจากลำไส้ผู้ป่วย เพื่อตรวจหาโรคมะเร็งลำไส้หรือแบคทีเรียผิดปกติ ซึ่งเป็นทางเลือกการตรวจที่ไม่ต้องเจ็บตัวเหมือนการส่องกล้อง!
- - - - - -
แม้ในปัจจุบันเราจะไม่มี "นักดมตด" มาช่วยวินิจฉัยโรค แต่หลักการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมยังคงมีความสำคัญ การสังเกตสัญญาณต่างๆ จากร่างกาย และการรักษาความสะอาดเป็นพื้นฐานที่ไม่เคยล้าสมัย