รู้หรือไม่? คนคิดภาษาไทยเขารู้เต็มอก...ว่ากำลัง “ยืม” คำเขมรมาใช้
เวลาเราบอกว่าคำศัพท์คุ้นหูอย่าง จมูก ถนน สนุก หรือคำราชาศัพท์อย่าง เสวย บรรทม แท้จริงแล้วเป็นคำยืมมาจากภาษาเขมรโบราณ "อ้าว! แล้วตอนที่คนโบราณเขาประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นมา เขาไม่รู้เหรอว่านี่คือภาษาเขมร? ทำไมถึงปล่อยให้มีคำต่างชาติปนอยู่เต็มไปหมด?"
.
ภาษาเขมรดั้งเดิมไม่มีเสียงวรรณยุกต์เหมือนภาษาไทย เวลาเขาออกเสียง คำศัพท์จะมีความแบน ทื่อ และเน้นเสียงหนักเบาต่างจากเรา แต่พอคนไทยโบราณยืมคำเหล่านั้นมา เราไม่ได้ก๊อปปี้เสียงมาตรง ๆ แต่เราจับคำศัพท์เหล่านั้นมา “โมดิฟายและใส่เสียงวรรณยุกต์” ให้เข้ากับลิ้นของคนไทย เช่น เขมรออกเสียงว่า ภฺเลิง (เสียงแบน ๆ) ไทยจับใส่เสียงสามัญกลายเป็น “เพลิง”เขมรออกเสียงว่า เดิร ไทยจับลากเสียงยาวกลายเป็น “เดิน” เขมรออกเสียงว่า สฺลับ ไทยจับใส่เสียงเอกกลายเป็น “สลับ”นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคำคำเดียวกัน พอคนไทยพูดกับคนกัมพูชาพูด สำเนียงและมู้ดของเสียงถึงต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะคนไทยใส่ "วรรณยุกต์" เข้าไปในคำยืมเหล่านั้นจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของเราเอง
.
ความจริงคือ "ตั้งใจยืมมาใช้" เพราะในอดีตภาษาไม่มีพรมแดน และนี่คือ 3 เหตุผลสั้น ๆ ที่คนคิดภาษาไทยเลือกหยิบคำเขมรมาใส่ในบ้านเรา
.
คำไทยแท้ "ไม่พอใช้" ภาษาไทยดั้งเดิมมีแต่คำโดดพยางค์เดียวสั้น ๆ (พ่อ, แม่, กิน, นอน) พอเริ่มตั้งอาณาจักร มีระบบราชการและกฎหมายที่ซับซ้อน คำที่มีมันอธิบายได้ไม่ลึกซึ้งพอ จึงต้องยืมคำเขมรโบราณที่มีระบบคำรองรับเรื่องเหล่านี้อยู่แล้วมาใช้
.
เขมรคือ "ภาษาอังกฤษ" ของยุคนั้น ในอดีตขอมหรือเขมรโบราณคือมหาอำนาจที่มีอารยธรรมสูงส่ง ภาษาเขมรจึงถูกมองว่าเป็น "ภาษาระดับสูง" คนโบราณยืมมาใช้ติดต่อราชการเพราะมันดูอินเตอร์และน่าเชื่อถือ เหมือนที่คนยุคนี้ชอบพูดไทยคำอังกฤษคำ
.
ตั้งใจใช้แบ่ง "ชนชั้น" โดยเฉพาะในสมัยอยุธยา ปราชญ์ราชสำนักตั้งใจหยิบคำเขมรโบราณมาเซ็ตเป็น "คำราชาศัพท์" เพื่อแยกภาษาของกษัตริย์ออกจากชาวบ้านธรรมดา ให้ดูศักดิ์สิทธิ์และสูงส่งขึ้นตามลัทธิเทวราชา
.
วัฒนธรรมคือการลื่นไหล ยุคนี้เขาก็ยืมเรา!เรื่องภาษาไม่มีคำว่าเส้นทางสายเดียว ในอดีตไทยอาจจะยืมคำ "เขมรโบราณ" มาเยอะ แต่ตัดภาพมาที่ กัมพูชายุคปัจจุบัน เขาก็ยืมคำศัพท์สมัยใหม่จากภาษาไทยไปใช้เยอะมากเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นคำว่า ตู้เย็น, มอเตอร์ไซค์, น้ำโซดา หรือคำในวงการบันเทิงและธุรกิจ
.
สรุปแล้ว… ใครชนะ?ในโลกของภาษาศาสตร์ “ไม่มีภาษาไหนในโลกที่บริสุทธิ์ 100% โดยไม่ยืมคนอื่น” ขนาดภาษาอังกฤษที่เราใช้กันทั่วโลก ยังยืมคำมาจากภาษาฝรั่งเศส ละติน และเยอรมัน จนแทบไม่เหลือรากเดิมดังนั้น คำถามที่ว่า “ใครยืมใครกันแน่?” จึงไม่ใช่เรื่องของการเคลมหรือการสูญเสียเอกราชทางวัฒนธรรม แต่มันคือหลักฐานชิ้นโตที่บอกว่า “ไทยและเขมร เป็นเพื่อนบ้านที่แลกเปลี่ยนและเติบโตทางวัฒนธรรมร่วมกันมาเป็นพันปีต่างหาก”