ชุมชน "มาโคโค" สลัมลอยน้ำใจกลางเมืองใหญ๋ในแอฟริกา
กลางมหานครที่ใหญ่ที่สุดของแอฟริกาอย่าง Lagos มีชุมชนหนึ่งตั้งอยู่ริมลากูนซึ่งแทบจะเหมือนอยู่คนละโลกกับตึกสูงและย่านธุรกิจสมัยใหม่ ชุมชนแห่งนั้นคือ มาโคโค สลัมลอยน้ำที่หลายคนเรียกว่า “เวนิสแห่งแอฟริกา”
.
แต่เบื้องหลังภาพบ้านไม้ที่ตั้งเรียงรายอยู่กลางน้ำกลับสะท้อนความเหลื่อมล้ำของเมืองใหญ่ได้อย่างชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่งในโลก มาโคโคเริ่มต้นจากหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ของชนเผ่า Egun ที่อพยพมาจากชายฝั่งแอฟริกาตะวันตกเมื่อหลายร้อยปีก่อน พวกเขาสร้างบ้านบนเสาไม้เหนือผืนน้ำเพื่ออยู่ใกล้แหล่งจับปลาและใช้เรือแคนูเป็นพาหนะหลักในการเดินทาง
.
จากชุมชนเรียบง่ายของชาวประมง มาโคโคค่อย ๆ เติบโตไปพร้อมกับการขยายตัวของเมืองลากอส เมืองเศรษฐกิจที่ใหญ่และเติบโตเร็วที่สุดของไนจีเรีย เมื่อผู้คนจากชนบทจำนวนมากอพยพเข้ามาหางานทำ แต่ไม่สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยในเมืองได้ พื้นที่ริมลากูนแห่งนี้จึงกลายเป็นที่พักพิงของผู้คนจำนวนมหาศาล บ้านไม้หลังเล็ก ๆ ถูกสร้างเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นเครือข่ายของบ้านที่ตั้งอยู่บนเสาไม้หลายพันหลัง เชื่อมต่อกันด้วยคลองแคบ ๆ ที่เต็มไปด้วยเรือแคนูแทนถนน ทุกเช้าผู้คนจะพายเรือออกไปขายปลา รับส่งลูกไปโรงเรียน หรือเดินทางไปตลาด ชีวิตทั้งชีวิตดำเนินไปบนผืนน้ำ
.
แต่ในขณะที่ย่านธุรกิจของลากอสเต็มไปด้วยตึกกระจกและโครงการอสังหาริมทรัพย์หรู มาโคโคกลับแทบไม่มีสาธารณูปโภคพื้นฐาน ไม่มีระบบน้ำประปาที่สะอาด ระบบสุขาภิบาลมีจำกัด ไฟฟ้าก็ไม่ทั่วถึง หลายครอบครัวต้องใช้ชีวิตอยู่ในบ้านไม้เล็ก ๆ ที่แออัดท่ามกลางน้ำเสียและขยะที่ลอยอยู่ในลากูน ภาพเหล่านี้ทำให้มาโคโคกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของความเหลื่อมล้ำที่รุนแรงในมหานครแอฟริกา
.
เมืองที่สามารถมีทั้งมหาเศรษฐีระดับโลกและชุมชนที่ผู้คนยังต้องพายเรือไปซื้อข้าวในวันเดียวกันได้ อย่างไรก็ตามท่ามกลางความยากจน มาโคโคกลับดึงดูดความสนใจของนักเดินทาง ช่างภาพ และผู้สร้างสารคดีจากทั่วโลกอย่างไม่น่าเชื่อ สิ่งแรกที่ทำให้ผู้คนอยากเข้าไปถ่ายทำคือภาพของ “เมืองลอยน้ำ” ที่แทบไม่มีที่ไหนเหมือน บ้านไม้หลายพันหลังตั้งเรียงรายอยู่กลางทะเลสาบ แสงแดดสะท้อนผิวน้ำระยิบระยับ ขณะที่เรือแคนูหลากสีสันพายผ่านคลองแคบ ๆ ระหว่างบ้าน เป็นภาพที่ทั้งสวยงาม แปลกตา และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
.
นอกจากนี้วิถีชีวิตของผู้คนที่ปรับตัวอยู่กับน้ำก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เด็ก ๆ พายเรือไปโรงเรียน ผู้หญิงนั่งขายของบนเรือ ตลาดลอยน้ำขนาดเล็กเกิดขึ้นแทบทุกวัน และชาวบ้านยังคงทำอาชีพประมงเหมือนเมื่อหลายร้อยปีก่อน ความเรียบง่ายและความแข็งแกร่งของผู้คนในพื้นที่ทำให้หลายคนมองว่ามาโคโคไม่ใช่เพียงสลัม แต่เป็นชุมชนที่มีวัฒนธรรมและอัตลักษณ์เฉพาะตัว
.
ทว่าความงดงามในสายตาของนักท่องเที่ยวก็แฝงด้วยคำถามทางสังคมที่ลึกซึ้ง เพราะในขณะที่บางคนเดินทางมาเพื่อถ่ายภาพ “ความแปลกตา” ของเมืองบนเสาน้ำ ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่กลับต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของชีวิตอยู่ทุกวัน รัฐบาลเคยมองว่าชุมชนนี้เป็นสิ่งปลูกสร้างผิดกฎหมายและเคยมีการรื้อถอนบ้านหลายครั้ง ทำให้ผู้อยู่อาศัยจำนวนมากต้องสูญเสียที่อยู่อาศัยอย่างกะทันหัน
.
มาโคโคจึงกลายเป็นภาพสะท้อนของคำถามสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองในศตวรรษที่ 21 ว่าเมื่อเมืองเติบโตอย่างรวดเร็ว ใครกันแน่ที่ได้ประโยชน์จากความเจริญนั้น และใครที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ระหว่างตึกระฟ้าของเมืองลากอสกับบ้านไม้เล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่กลางน้ำเพียงไม่กี่กิโลเมตร
.
ความแตกต่างนั้นชัดเจนราวกับอยู่คนละโลก มาโคโคจึงไม่ใช่แค่สถานที่แปลกตาที่นักท่องเที่ยวอยากไปเห็นด้วยตาตัวเอง แต่ยังเป็นเรื่องราวที่เตือนให้โลกเห็นว่าภายใต้ความเจริญของมหานครใหญ่ ยังมีผู้คนอีกจำนวนมากที่ต้องดิ้นรนใช้ชีวิตอยู่บนเสาไม้กลางน้ำ รอคอยวันที่เมืองจะมองเห็นพวกเขาอย่างแท้จริง