สงครามที่ทำให้คนตาบอดมากที่สุดในประวัติศาสตร์บัลแกเรีย ยุทธการไคลดีออน (Battle of Kleidion)
.
เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สร้างบาดแผลลึกที่สุดครั้งหนึ่งให้กับชนชาติบัลแกเรีย ทั้งในแง่ร่างกาย จิตใจ และความทรงจำร่วมของชาติในช่วงเวลานั้น
.
บัลแกเรียอยู่ภายใต้การปกครองของซาร์ซามูเอล ผู้พยายามต่อต้านการขยายอำนาจของจักรวรรดิไบแซนไทน์ที่ต้องการเข้ายึดครองคาบสมุทรบอลข่านอย่างแข็งขัน ขณะที่ฝ่ายไบแซนไทน์นำทัพโดยจักรพรรดิ บาซิลที่ 2 แห่งราชวงศ์มาซิโดเนียน ผู้มีชื่อเสียงด้านความเด็ดขาดและไม่ลังเลที่จะใช้ความโหดเหี้ยมเพื่อปราบปรามศัตรู
.
การต่อสู้ระหว่างทั้งสองฝ่ายยืดเยื้อมาเป็นเวลานาน และไคลดีออนคือจุดเปลี่ยนสำคัญของสงคราม เกิดสงครามระหว่างจักรวรรดิไบแซนไทน์กับจักรวรรดิบัลแกเรีย นำไปสู่การรบที่ไคลเดียน (Battle of Kleidion) ซึ่งจบลงด้วยชัยชนะของไบแซนไทน์
.
สิ่งที่ทำให้ยุทธการครั้งนี้ถูกจดจำไม่ใช่เพียงความพ่ายแพ้ของกองทัพบัลแกเรีย แต่คือคำสั่งอันโหดเหี้ยมของบาซิลที่ 2 หลังการจับเชลยสงครามชาวบัลแกเรียประมาณ 14,000 ถึง 15,000 คน แทนที่จะฆ่าทิ้ง บาซิลได้สั่งให้ทำการควักดวงตาของเชลยทั้งหมดจนตาบอด และเพื่อให้กองทัพสามารถเดินทางกลับไปถึงบ้านได้ เขาสั่งให้ในทุก 100 คน ให้เหลือเชลยที่ถูกทำให้บอดเพียงตาเดียวไว้ 1 คน เพื่อเป็นผู้นำทาง
.
กองทัพที่กลับมานั้นไม่ต่างอะไรกับขบวนเงาไร้วิญญาณ เมื่อกองทัพที่ถูกทำให้มืดบอดเดินทางกลับไปถึงบัลแกเรียและเข้าเฝ้าซาร์ซามูเอล ภาพที่ทอดออกมาตรงหน้าก็เพียงพอให้พระองค์หัวใจสลาย ว่ากันว่าพระองค์ทรงช็อกอย่างรุนแรงจนล้มลงและสิ้นพระชนม์ในเวลาไม่นานหลังจากนั้น
.
การทำให้ตาบอดครั้งใหญ่ที่สุดครั้งนี้ไม่ได้เพียงทำลายกำลังทหาร แต่ยังทำลายกำลังใจของชาติทั้งชาติ และเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้บัลแกเรียอ่อนแอลงจนในที่สุดถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิไบแซนไทน์ในปี ค.ศ. 1018 เหตุการณ์นี้ทำให้บาซิลได้รับฉายา “Basil the Bulgar-Slayer” หรือ “บาซิลผู้สังหารชาวบัลแกเรีย” และกลายเป็นบาดแผลในความทรงจำของชนชาติบัลแกเรียที่สืบต่อกันมาหลายศตวรรษ เป็นสัญลักษณ์ของความสูญเสีย ความทรมาน และโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นจากอำนาจในสงครามที่ไร้ความปรานี
.