
จริงไหม? ทำไมหลายบริษัทไม่อยากร่วมงานกับ "เด็กเจน Z"
หรือจริงๆ แล้ว...เราแค่ยังไม่เข้าใจพวกเขา?
.
ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค
ไปจนถึงวิถีชีวิตการทำงาน Gen Z หรือกลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี 1997 – 2012
กำลังก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างเต็มตัว พวกเขาคือแรงงานรุ่นใหม่ที่มีไอเดียเฉียบขาด
ใช้เทคโนโลยีคล่องแคล่ว และกล้าพูด กล้าเรียกร้องสิ่งที่ต้องการ
.
แต่...ทำไมเรากลับได้ยินบ่อยขึ้นว่า
“บริษัทไม่อยากจ้างเด็กเจน Z”
“ทำงานกับเจน Z แล้วปวดหัว”
หรือ “เจน Z เปลี่ยนงานเก่ง ไม่อดทนเลย”
.
ลองมาดูข้อเท็จจริงบางอย่างกันก่อนดีกว่า

ข้อมูลและสถิติที่น่าคิด

65% ของเด็กเจน Z ลาออกจากงานภายใน 12 เดือนแรก

83% มองว่าตนเองเป็น “Job Hopper” หรือคนที่เปลี่ยนงานบ่อย

68% รู้สึก “Burnout” หรือหมดไฟในการทำงาน แม้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นอาชีพ
.
ตัวเลขเหล่านี้อาจทำให้บางองค์กรรู้สึก "หวั่นใจ" แต่แท้จริงแล้วพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าเด็กเจน Z “ไม่รับผิดชอบ” หรือ “ขาดความอดทน” แต่อย่างใด
พวกเขาเพียงแค่มี “มุมมองต่อการทำงาน” ที่แตกต่างจากรุ่นก่อนๆ

ทำไมเด็กเจน Z ถึงลาออกจากงานบ่อย?
มาดูสาเหตุที่พวกเขาเลือกจะ “ไปต่อไม่ไหว” กันแบบตรงไปตรงมา:
1. งานขาด "ความหมาย"
เด็กเจน Z ไม่ต้องการแค่ทำงานเพื่อเงินเดือนสิ้นเดือน แต่พวกเขาต้องการ งานที่มีคุณค่า สะท้อนตัวตน และมีเป้าหมายที่ชัดเจน พวกเขามักถามตัวเองว่า
“ฉันกำลังสร้างผลกระทบอะไรอยู่?”
“สิ่งที่ฉันทำมีความหมายแค่ไหน?”
หากไม่ได้คำตอบ พวกเขาก็พร้อมจะเดินออกมาโดยไม่ลังเล
2. ขาด "ความยืดหยุ่น"
ยุคของการทำงาน 9 โมงเช้า - 5 โมงเย็น แบบต้องเข้าบริษัททุกวันนั้น เริ่มไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป
เจน Z ให้คุณค่ากับ "เวลา" และ "สุขภาพจิต" การทำงานแบบ Hybrid หรือ Remote กลายเป็นเงื่อนไขที่พวกเขาคาดหวังจากองค์กร
หากไม่สามารถปรับตัวให้ยืดหยุ่นได้ ก็ยากที่จะรักษาพนักงานกลุ่มนี้ไว้
3. ค่านิยมไม่ตรงกัน
องค์กรที่เพิกเฉยต่อประเด็นทางสังคม เช่น ความหลากหลาย ความเท่าเทียม ความโปร่งใส หรือสิ่งแวดล้อม มักจะถูกเด็กเจน Z "เมิน"
อย่างรวดเร็ว เพราะพวกเขาไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่ไม่สอดคล้องกับ “ค่านิยมส่วนตัว”
ทำไมหลายบริษัทไม่อยากร่วมงานกับ "เด็กเจน Z"

แล้วองค์กรควรทำอย่างไร?
การดึงดูดและรักษาพนักงานเจน Z ไม่ใช่เรื่องยาก หากองค์กรเข้าใจและปรับตัว โดยอาจเริ่มจาก

สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส เปิดรับฟัง และเคารพความหลากหลาย

ออกแบบนโยบายที่ยืดหยุ่น เช่น Hybrid Working, เวลาทำงานยืดหยุ่น, Mental Health Day

เปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมกับภารกิจขององค์กร ไม่ใช่แค่ทำงาน แต่รู้สึกว่าเขา “เป็นเจ้าของ” บางสิ่ง

สื่อสารเป้าหมายและความหมายของงานให้ชัดเจน เพราะเด็กเจน Z อยากรู้ว่าทำไมเขาต้องทำสิ่งนั้น ไม่ใช่แค่ “ทำเพราะเจ้านายสั่ง”

สุดท้ายแล้ว...คำถามสำคัญคือ
องค์กรของคุณพร้อมเปิดใจ เข้าใจ และร่วมงานกับเด็กเจน Z แล้วหรือยัง?
หากใช่ นี่อาจเป็นโอกาสสำคัญในการเปลี่ยนแปลงองค์กรให้ทันสมัย แข่งขันได้
และมีชีวิตชีวายิ่งกว่าเดิม