รู้หรือไม่! ม้า เป็นสัตว์ที่ไม่สามารถวิ่งซิกแซ็กได้ เสี่ยงเดินไม่ได้ตลอดชีวิต
เพราะม้ามีโครงสร้างร่างกายที่หนักและสมดุลต่างจากคน การวิ่งซิกแซก (หรือเปลี่ยนทิศทางฉับไว) สำหรับม้าต้องอาศัยการฝึกฝน (Dressage) เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ การทรงตัว และการตอบสนองต่อคำสั่งของคนขี่ (Rider)
.
ม้าเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ ลำตัวยาว น้ำหนักมาก และขาทั้งสี่ถูกออกแบบมาเพื่อรับแรงกระแทกและพยุงน้ำหนักขณะวิ่งด้วยความเร็วสูง การวิ่งในจังหวะควบหรือแกลลอปจะใช้แรงส่งจากลำตัวทั้งแนว ทำให้การเปลี่ยนทิศทางฉับพลันต่อเนื่องหลายครั้งเหมือนสัตว์ตัวเล็กเป็นเรื่องยากและเสี่ยงต่อการเสียสมดุล
.
อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่าม้าเลี้ยวหรือเปลี่ยนทิศทางไม่ได้ ในโลกของกีฬาม้า เช่น รีนนิง โปโล หรือการแข่งบาร์เรล ม้าถูกฝึกให้เลี้ยวคม หยุดกะทันหัน หมุนตัว และเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็วได้อย่างแม่นยำ ซึ่งถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการเคลื่อนไหวแบบซิกแซก
.
เพียงแต่จังหวะจะกว้างกว่าและใช้พื้นที่มากกว่า ไม่ถี่และแคบแบบสุนัขหรือสัตว์นักล่าขนาดเล็ก ในธรรมชาติเอง ม้าสามารถเปลี่ยนทิศทางซ้ายขวาเพื่อหลบภัยหรือเดินบนพื้นที่ขรุขระได้เช่นกัน แต่จะทำในจังหวะที่สอดคล้องกับสมดุลร่างกาย ไม่ใช่การหักเลี้ยวแรง ๆ ต่อเนื่องขณะวิ่งเร็วสุด ดังนั้น สิ่งที่ม้า “ทำไม่ได้จริง” ไม่ใช่การวิ่งซิกแซก แต่คือการวิ่งซิกแซกถี่ ๆ รุนแรง ๆ แบบสัตว์ที่ตัวเล็กและคล่องตัวกว่า
.
ม้าเป็นสัตว์ที่ขาทั้งสี่ต้องรับน้ำหนักตัวเกือบทั้งหมด ข้อต่อ เส้นเอ็น และกีบถูกออกแบบมาให้เคลื่อนไหวไปข้างหน้าเป็นหลัก ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อการบิดหมุนรุนแรงซ้ำ ๆ เมื่อเกิดการบาดเจ็บที่เอ็น ข้อ หรือกีบ โดยเฉพาะบริเวณขาล่างที่มีเนื้อเยื่อน้อย การฟื้นตัวจึงทำได้ยากมาก
.
เมื่อม้าขาข้างหนึ่งเสียสมดุล มันต้องถ่ายน้ำหนักไปอีกข้างทันที ซึ่งยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้ขาอีกด้านพังตามไปด้วย นี่คือเหตุผลที่ม้าบางตัว หลังจากอุบัติเหตุจากการเลี้ยวแรง การลื่น หรือการใช้งานเกินขีดจำกัด อาจไม่สามารถเดินได้เหมือนเดิมอีกเลย