

สังหารหมู่ราชวงศ์เนปาล : จุดจบสถาบันกษัตริย์อันเก่าแก่
ㅤ
“1 มิถุนายน 2001 — ค่ำคืนที่พระราชวัง นารายณ์ฮิติ (Narayanhiti Palace) กลายเป็นสมรภูมิเลือด
เมื่อ มกุฎราชกุมารทิเปนทรา (Dipendra) ผู้ที่ควรจะสืบราชบัลลังก์ กลับลั่นไกใส่พระราชบิดา พระราชมารดา และพระญาติของพระองค์เอง รวมแล้ว 9 พระองค์สิ้นพระชนม์“
โศกนาฏกรรมครั้งนี้คือจุดเริ่มต้นการล่มสลายของราชวงศ์เนปาล
ที่เคยยืนหยัดมานับร้อยปี ก่อนประเทศจะเปลี่ยนเป็น สาธารณรัฐในปี 2008
ㅤ

เหตุผลเบื้องหลัง : ความรักหรือเกมการเมือง
เบื้องหลังเหตุการณ์ยังคงเป็นปริศนา…
- ทฤษฎีหนึ่งบอกว่าเกิดจาก ความขัดแย้งในครอบครัว
- อีกทฤษฎีว่าเป็นเพราะ รักต้องห้าม ระหว่างทิเปนทราและ เดวยานี รานา (Devyani Rana) หญิงสาวเชื้อสายอินเดีย–เนปาล ที่พระราชินีไม่เห็นด้วย
- ขณะที่บางคนเชื่อว่า นี่เป็นเพียง ฉากบังหน้าในเกมการเมือง เพื่อเปิดทางให้ผู้อื่นขึ้นครองราชย์
ㅤ
และผู้ที่ได้ขึ้นครองบัลลังก์แทนก็คือ พระเจ้าชยันทรา (Gyanendra)
น้องชายของกษัตริย์พีเรนทรา (Birendra) — ผู้ซึ่งไม่เป็นที่นิยมของประชาชน
ㅤ

จุดจบของราชวงศ์
Dipendra ถูกประกาศขึ้นเป็นกษัตริย์ในสภาพโคม่า แต่สิ้นพระชนม์ใน 3 วันต่อมา…เหตุการณ์นี้ได้ทำลายศรัทธาของประชาชนที่มีต่อสถาบันกษัตริย์และกลายเป็นชนวนสำคัญที่นำไปสู่การ ยกเลิกราชวงศ์เนปาลในปี 2008
ㅤ

ผลสะเทือนมหาศาล
- ประชาชนโศกเศร้า แต่ก็ ไม่เชื่อคำชี้แจงจากรัฐบาล
- ความศรัทธาต่อราชวงศ์ สั่นคลอนอย่างรุนแรง
- ประเทศเข้าสู่ความไม่สงบทางการเมือง และเปลี่ยนแปลงการปกครองครั้งใหญ่ และประเทศกลายเป็น สาธารณรัฐประชาธิปไตย
ㅤ
“สังหารหมู่ราชวงศ์เนปาล” ไม่ใช่แค่โศกนาฏกรรมของครอบครัว แต่ยังเป็น จุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์ชาติ ที่ทำให้สถาบันกษัตริย์อันเก่าแก่สิ้นสุดลง
.
วันนี้ผ่านไปแล้ว 24 ปี โศกนาฏกรรมยังคงเป็นปริศนาที่โลกไม่อาจลืม