“The Sleep Room Experiment: การทดลองสมองมนุษย์ที่โหดร้ายที่สุดในศตวรรษที่ 20”
ㅤ
Dr. Donald Ewen Cameron คือหนึ่งในจิตแพทย์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกช่วงศตวรรษที่ 20
เขาเคยเป็นถึงประธานสมาคมจิตแพทย์แห่งสหรัฐฯ แคนาดา และระดับโลก
แต่สิ่งที่ทำให้ชื่อของเขาถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์
ไม่ใช่แค่ผลงานทางการแพทย์ทั่วไป
แต่เป็นเพราะเขาคือผู้ริเริ่ม “การทดลองล้างสมอง”
ที่โหดร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในโลก
ซึ่งภายหลังถูกเรียกว่า The Sleep Room Experiment
หรือ Montreal Experiments
ㅤ
การทดลองนี้เกิดขึ้นที่ Allan Memorial Institute
ในมหาวิทยาลัย McGill เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา
ช่วงปี 1957–1964 ซึ่งตรงกับยุคสงครามเย็นพอดี
ในเวลานั้นรัฐบาลสหรัฐฯ และ CIA
กำลังมองหาวิธีควบคุมจิตใจมนุษย์ (mind control)
เพื่อใช้เป็นอาวุธทางจิตวิทยา
Cameron ได้รับเงินทุนสนับสนุนอย่างลับ ๆ ผ่านโครงการ MKUltra
ㅤ
แนวคิดหลักของ Cameron คือทฤษฎี “depatterning”
หมายถึงการทำลายพฤติกรรมและความทรงจำเดิมของผู้ป่วยให้หมดสิ้น
เพื่อสร้างบุคลิกภาพขึ้นมาใหม่ราวกับเป็นกระดาษเปล่า
จากนั้นจึงใช้วิธีที่เขาเรียกว่า “psychic driving”
หรือการบังคับให้ผู้ป่วยฟังข้อความเสียงซ้ำ ๆ หลายร้อยพันครั้ง
จนจิตใจถูกฝังด้วยความคิดใหม่ที่ถูกโปรแกรมไว้
ㅤ
วิธีการทดลองเต็มไปด้วยความรุนแรงและไร้มนุษยธรรมอย่างยิ่ง
ผู้ป่วยจำนวนมากถูกทำให้ตกอยู่ในสภาวะโคม่าด้วยยาระงับประสาท
นานนับสัปดาห์หรือหลายเดือน
มีบางรายที่นอนหลับยาวถึง 86 วันในห้องที่เรียกว่า “Sleep Room”
• ช็อตไฟฟ้า (ECT) ด้วยความแรงสูงกว่ามาตรฐานหลายเท่า
• กักกันประสาทสัมผัส ปิดตา ปิดหู และแยกผู้ป่วยออกจากโลกภายนอก
• ใช้ยา LSD และยาที่ส่งผลต่อจิตประสาท
• เปิดเทปเสียงซ้ำ ๆ วันละ 16 ชั่วโมง ติดต่อกันหลายวัน
ผลลัพธ์คือผู้ป่วยจำนวนมากสูญเสียความทรงจำถาวร
บางคนลืมวิธีพูด วิธีเดิน หรือแม้กระทั่งลืมว่าตัวเองมีครอบครัว
หลายรายต้องกลับไปเรียนรู้การใช้ชีวิตใหม่เหมือนเด็กเล็ก
ㅤ
เมื่อเรื่องนี้ถูกเปิดเผยในเวลาต่อมา
ครอบครัวผู้ป่วยบางส่วนได้ยื่นฟ้องเรียกร้องความเป็นธรรม
และมีคนได้รับเงินชดเชยจากรัฐบาลแคนาดาและ CIA
แต่จำนวนเงินก็ไม่อาจเทียบได้กับสิ่งที่สูญเสียไป
ㅤ
เรื่องราวของ Dr. Ewen Cameron
และการทดลอง The Sleep Room
จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของ “ด้านมืดของวิทยาศาสตร์”
และเตือนใจมนุษยชาติว่า
ความทะเยอทะยานทางการแพทย์
เมื่อขาดศีลธรรมและจริยธรรม
สามารถเปลี่ยนจากการรักษา
ให้กลายเป็นการทำลายชีวิตผู้คนได้อย่างน่าสะพรึงกลัว