HOME
 
 
CONTACT
  TODAY TOPIC  
 

เรื่องจริงที่ไม่อยู่ในตำรา "ช้างบรรณาการ"

 
  23/12/2025  
 
🐘 จากช้างบรรณาการ ร.4 สู่เมนูเปิบพิสดารกลางกรุงปารีส:
โศกนาฏกรรม "พลายคาสเตอร์ & พลายพอลลักซ์"

หากพูดถึงของขวัญเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ มักจะเป็นอะไรสวยๆ งามๆ ใช่ไหม? แต่ในหน้าประวัติศาสตร์ปี 1870 มีเรื่องราวสุดสลด ของช้างไทยสองเชือกที่เดินทางไกลไปถึงฝรั่งเศส แต่ดันไปจบลงที่ "ร้านขายเนื้อ"
--------------
🚢 Mission: ไปเป็นทูตที่ปารีส
ย้อนกลับไปสมัยรัชกาลที่ 4 พระองค์ทรงส่งช้างไทยไปเป็นบรรณาการให้แก่ จักรพรรดินโปเลียนที่ 3 แห่งฝรั่งเศส เพื่อกระชับมิตรตามธรรมเนียมการทูตยุคนั้น ช้างสองเชือกนี้มีชื่อว่า คาสเตอร์ (Castor) และ พอลลักซ์ (Pollux) (ชื่อตั้งตามเทพปกรณัมกรีก)

ช้างคู่นี้กลายเป็น "เซเลบ" ประจำสวนสัตว์ Jardin des Plantes ในปารีสทันที ใครๆ ก็อยากมาดูสัตว์ยักษ์จากสยามที่แสนรู้และดูสง่า
--------------
🔥 จุดเปลี่ยน: สงครามและ "ความหิว"
ความซวยมาเยือนในปี 1870 เมื่อเกิด สงครามฝรั่งเศส-ปรัสเซีย (Franco-Prussian War) กรุงปารีสถูกล้อมไว้นานหลายเดือน อาหารขาดแคลนหนักมากกกก! คนปารีสเริ่มไล่กินตั้งแต่ ม้า หมา แมว ไปจนถึงหนู พอของกินเริ่มหมด สายตาของชาวเมืองก็เริ่มหันไปมองที่สวนสัตว์... สัตว์ในสวนสัตว์เริ่ม "หายไป" ทีละตัวเพื่อกลายเป็นอาหารประทังชีวิต
--------------
ในที่สุดคิวของคาสเตอร์และพอลลักซ์ก็มาถึง ในวันที่ 29 เดือนธันวาคม 1870 ช้างไทยทั้งสองเชือกถูกสังหารด้วยปืนไรเฟิล เพราะสวนสัตว์ไม่มีปัญญาเลี้ยงดูและชาวเมืองก็กำลังอดตาย บ้างก็ว่านำมาเป็นมื้อหรูท่ามกลางช่วงเวลาของสงครามให้เศรษฐีที่ยอมที่จะจ่ายในราคาแพง

เนื้อของช้างทั้งสองถูกส่งตรงไปที่ Voisin ร้านอาหารหรูและร้านขายเนื้อชื่อดังในยุคนั้น โดยมีการขึ้นเมนูสุดแปลกประหลาดที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึก คือ
• Consommé d’Éléphant (ซุปใสช้าง)
• Éléphant à la sauce chasseur (เนื้อช้างซอสพรานป่า)

ว่ากันว่าเนื้อช้างนั้น "เหนียวและหยาบ" สุดๆ รสชาติไม่ได้เรื่องเลย แต่ในนาทีที่อดอยาก เนื้อช้างบรรณาการจากสยามกลับกลายเป็นอาหารมื้อสุดท้ายที่ต่อชีวิตคนปารีสชั้นสูงในตอนนั้นไปเสียอย่างนั้น

เรื่องเศร้ากว่านั้นคือ มีบันทึกว่า "งา" และ "งวง" ของพวกมันถูกขายแยกส่วนเป็นของพรีเมียม ถือเป็นจุดจบที่ห่างไกลจากบ้านเกิดและสมเกียรติช้างหลวงแบบคนละเรื่องเลยทีเดียว
--------------
นี่คือหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์สายดาร์กที่แสดงให้เห็นว่า "สงคราม" ไม่เคยปรานีใคร ไม่ว่าคุณจะเป็นคน หรือเป็นช้างบรรณาการจากแดนไกลก็ตาม
--------------
เรื่องราวนี้ถูกนำมาเผยแพร่ซ้ำและวิเคราะห์โดยนักประวัติศาสตร์ไทยหลายท่าน เช่น คุณไกรฤกษ์ นานา นักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ไทย-ยุโรป ซึ่งได้ค้นคว้าจากเอกสารจดหมายเหตุและหนังสือพิมพ์หัวนอกในยุคนั้นมายืนยันว่า ช้างที่คนปารีสกินกันในช่วงสงคราม ก็คือช้างที่มาจากสยามนั่นเอง
______________________
 
           
Copyright © 2021 SOCOOL LIMITED. All right reserved.